> ## Documentation Index
> Fetch the complete documentation index at: https://docs.cura.so/llms.txt
> Use this file to discover all available pages before exploring further.

# Cura ปกป้องลูกค้าจากการถูกส่งข้อความมากเกินไปอย่างไร

> เวิร์กโฟลว์ของ Cura ถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าของคุณไม่ถูกสแปม ก่อนที่ข้อความอัตโนมัติแต่ละข้อความจะถูกส่งออกไป Cura จะตรวจสอบความปลอดภัยหลายชั้น นี่คือสิ่งที่ปกป้องลูกค้าของคุณและสิ่งที่คุณปรับได้

เวิร์กโฟลว์ (Workflow) ของ Cura ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกค้าของคุณไม่มีวันถูกสแปม ก่อนที่ข้อความอัตโนมัติใด ๆ จะออกจากเวิร์กโฟลว์ Cura จะทำการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นชุด หากการตรวจสอบใดตัดสินว่าข้อความนั้นมากเกินไป เร็วเกินไป หรือไม่เป็นที่ต้องการ การทำงานนั้นจะถูกหยุดอย่างเงียบ ๆ และคุณจะเห็นเหตุผลได้อย่างชัดเจนใน Logs ของเวิร์กโฟลว์

สรุปสั้น ๆ คือ ลูกค้าของคุณจะได้รับข้อความที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม และจะไม่ถูกถาโถมด้วยข้อความจำนวนมาก

<Note>
  การป้องกันเหล่านี้ใช้กับ **เวิร์กโฟลว์** ซึ่งคือการติดตามผลอัตโนมัติของ Cura (การแจ้งเตือน การเช็กอิน การกระตุ้นลูกค้าให้กลับมา) สิ่งเหล่านี้ทำงานโดยอัตโนมัติ ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องแตะต้องเลย หน้านี้อธิบายว่ามันทำอะไร และมีอะไรบ้างที่คุณ *สามารถ* ปรับได้
</Note>

***

## การตรวจสอบความปลอดภัย อธิบายแบบเข้าใจง่าย

ทุกครั้งที่เวิร์กโฟลว์กำลังจะส่งข้อความถึงลูกค้า Cura จะทำการตรวจสอบเหล่านี้ก่อน การตรวจสอบใดเพียงข้อเดียวก็สามารถหยุดข้อความก่อนที่จะถูกส่งได้

### ขีดจำกัดจำนวนข้อความอัตโนมัติที่ลูกค้าหนึ่งคนจะได้รับ

Cura จำกัดจำนวนข้อความอัตโนมัติที่ลูกค้าหนึ่งคนจะได้รับจาก**ทุก**เวิร์กโฟลว์รวมกัน โดยค่าเริ่มต้นคือ **2 ข้อความภายในกรอบเวลา 7 วันแบบเลื่อน** เมื่อลูกค้าได้รับครบจำนวนนั้นแล้ว ข้อความจากเวิร์กโฟลว์ถัด ๆ ไปจะถูกระงับไว้จนกว่ากรอบเวลาจะผ่านไป ดังนั้นเวิร์กโฟลว์ที่ทับซ้อนกันจึงไม่สามารถถาโถมใส่คนเดียวกันได้

<Check>นี่คือกำแพงกันสแปมหลัก ไม่ว่าคุณจะเปิดเวิร์กโฟลว์ไว้กี่ตัว ลูกค้าคนเดียวก็จะไม่ถูกส่งข้อความมากเกินไป</Check>

### Quiet hours — ไม่มีอะไรส่งออกกลางดึก

Cura จะไม่ส่งข้อความอัตโนมัติในช่วง **quiet hours** โดยค่าเริ่มต้นคือ **21:00 น. ถึง 08:00 น.** ตามเขตเวลา (timezone) ของพื้นที่ทำงาน (Workspace) ของคุณ ข้อความที่จะตกอยู่ในช่วง quiet hours จะถูก**ระงับไว้จนกว่า quiet hours จะสิ้นสุด** (แล้วจึงส่ง โดยมีการหน่วงเวลาแบบสุ่มเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ข้อความทั้งชุดมาถึงพร้อมกัน) หรือถูก**ข้าม** ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเวิร์กโฟลว์นั้น

<Tip>
  ตั้งค่าเขตเวลาของพื้นที่ทำงานให้ quiet hours ตรงกับเวลากลางคืนตามท้องถิ่นของลูกค้า หากไม่ได้ตั้งเขตเวลาไว้ Cura จะใช้ UTC เป็นค่าสำรอง ซึ่งอาจไม่ตรงกับประเทศไทย ดู *สิ่งที่คุณปรับได้* ด้านล่าง
</Tip>

### ระยะพักระหว่างเวิร์กโฟลว์ที่ทำงานติด ๆ กัน

หากเวิร์กโฟลว์หนึ่งเพิ่งส่งข้อความถึงลูกค้าภายใน **5 นาที** ที่ผ่านมา Cura จะระงับเวิร์กโฟลว์ *อื่น* ที่กำลังจะส่งข้อความถึงคนเดียวกัน สิ่งนี้ป้องกันไม่ให้เวิร์กโฟลว์สองตัวที่มีจังหวะเวลาทับซ้อนกันส่งถึงลูกค้าคนเดียวกันภายในไม่กี่นาที

### Cura จะถอยเมื่อมีคนในทีมเพิ่งตอบลูกค้า

หากมีใครในทีมของคุณเพิ่งส่งข้อความถึงลูกค้าด้วยตนเองเมื่อไม่นานมานี้ ภายใน **4 ชั่วโมง** ที่ผ่านมาตามค่าเริ่มต้น Cura จะหยุดส่งข้อความอัตโนมัติถึงลูกค้าคนนั้นชั่วคราว เหตุผลนั้นเรียบง่าย คือมีคนจริง ๆ กำลังดูแลการสนทนาอยู่แล้ว การติดตามผลแบบอัตโนมัติจึงมีแต่จะเข้ามาขัดจังหวะ

### Cura จะหยุดทันทีที่ลูกค้าตอบกลับ

หากลูกค้าตอบกลับในขณะที่เวิร์กโฟลว์กำลังทำงานอยู่กลางลำดับ Cura จะ**ยกเลิกส่วนที่เหลือของเวิร์กโฟลว์นั้น**สำหรับลูกค้าคนนั้นโดยอัตโนมัติ ระบบอัตโนมัติของคุณจะไม่พูดทับการสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ และลูกค้าที่กำลังตอบกลับอยู่แล้วจะไม่ได้รับการติดตามผลตามกำหนดการต่อไป

<Check>การตอบกลับจากลูกค้าคือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดเสมอ Cura ถือว่านี่คือ "การสนทนาของคนจริงได้เริ่มขึ้นแล้ว" และจะถอยออกมา</Check>

### Cura เคารพการขอยกเลิกรับข้อความในทุกช่องทาง

หากลูกค้าถูกทำเครื่องหมายว่า **opted out** (ขอยกเลิกรับข้อความ) Cura จะหยุดส่งข้อความอัตโนมัติ *ทั้งหมด* ถึงลูกค้าคนนั้น ในทุกช่องทาง (Channel) ที่พวกเขาใช้ ไม่ใช่แค่ช่องทางเดียว เวิร์กโฟลว์ที่พยายามส่งถึงพวกเขาจะถูกบันทึกว่าถูกข้ามพร้อมเหตุผล **Contact opted out** เพื่อให้มีบันทึกที่ชัดเจน

***

## การป้องกันแต่ละชั้นในมุมมองเดียว

| การป้องกัน               | ทำหน้าที่อะไร                                           | ค่าเริ่มต้น                               |
| ------------------------ | ------------------------------------------------------- | ----------------------------------------- |
| ขีดจำกัดข้อความต่อลูกค้า | จำกัดข้อความอัตโนมัติต่อลูกค้าจากทุกเวิร์กโฟลว์รวมกัน   | 2 ข้อความต่อ 7 วัน                        |
| Quiet hours              | ไม่ส่งข้อความอัตโนมัติในช่วงกลางคืน                     | 21:00 – 08:00 น. (เขตเวลาของพื้นที่ทำงาน) |
| ระยะพักข้ามเวิร์กโฟลว์   | หยุดไม่ให้เวิร์กโฟลว์ที่สองทำงานทันทีหลังตัวแรก         | 5 นาที                                    |
| การถอยเมื่อมีคนเพิ่งตอบ  | หยุดระบบอัตโนมัติชั่วคราวหลังคนในทีมส่งข้อความถึงลูกค้า | 4 ชั่วโมง                                 |
| ยกเลิกเมื่อลูกค้าตอบ     | หยุดส่วนที่เหลือของเวิร์กโฟลว์เมื่อลูกค้าตอบกลับ        | เปิดอยู่เสมอ                              |
| Opt-out                  | หยุดข้อความอัตโนมัติทั้งหมดถึงลูกค้าที่ขอยกเลิกรับ      | เปิดอยู่เสมอ ทุกช่องทาง                   |

<Note>
  ขั้นตอนที่เป็นการทำงานภายในเท่านั้น เช่น การติดแท็กหรือการสร้างงาน (task) ที่**ไม่ได้ส่งข้อความถึงลูกค้า** จะไม่อยู่ภายใต้ขีดจำกัดเหล่านี้ เพราะไม่มีอะไรที่ลูกค้าจะได้รับ
</Note>

***

## การเห็นการป้องกันทำงานจริง

เมื่อการป้องกันหยุดข้อความ ข้อความนั้นจะไม่หายไปอย่างเงียบ ๆ การทำงานจะถูกบันทึกไว้เสมอ เพื่อให้คุณรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและเพราะอะไร

* เปิดแท็บ **Logs** ของเวิร์กโฟลว์เพื่อดูการทำงานของมัน
* การทำงานที่ถูกการป้องกันหยุดไว้จะแสดงเป็น **Skipped** พร้อมเหตุผลแบบเข้าใจง่าย (ตัวอย่างเช่น *Contact opted out* หรือบอกว่าข้อความล่าสุดหรือระยะพักได้ระงับไว้)

ดู [การติดตามการทำงานและการวิเคราะห์ของเวิร์กโฟลว์](/th/workflows/monitor-runs-and-analytics) เพื่อดูวิธีอ่าน Logs

***

## สิ่งที่คุณปรับได้

ค่าเริ่มต้นถูกปรับจูนมาเพื่อปกป้องลูกค้าของคุณ และธุรกิจส่วนใหญ่ก็ปล่อยไว้ตามเดิม มีบางสิ่งที่ควรรู้ไว้:

<Steps>
  <Step title="ตั้งค่าเขตเวลาของพื้นที่ทำงาน">
    Quiet hours จะถูกวัดตาม**เขตเวลาของพื้นที่ทำงาน** การตั้งค่าให้ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งเดียวที่คุณทำได้ เพื่อให้คำว่า "กลางคืน" หมายถึงกลางคืนของลูกค้า *ของคุณ* จริง ๆ หากไม่ได้ตั้งค่าไว้ quiet hours จะถูกวัดตาม UTC
  </Step>

  <Step title="ปรับ quiet hours และความถี่ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ">
    การตั้งค่าความถี่และ quiet hours ของพื้นที่ทำงาน (ขีดจำกัดต่อลูกค้า ช่วง quiet hours และว่าข้อความในช่วง quiet hours จะถูกระงับไว้หรือถูกข้าม) สามารถปรับจูนให้เข้ากับวิธีการสื่อสารของธุรกิจของคุณได้ หากคุณต้องการเปลี่ยนค่าเหล่านี้จากค่าเริ่มต้นข้างต้น โปรดติดต่อผู้ดูแล Cura ของคุณ
  </Step>

  <Step title="ทำให้เวิร์กโฟลว์เร่งด่วนได้รับการยกเว้นจาก quiet hours">
    ข้อความบางอย่างไม่ควรรอจริง ๆ เช่น การแจ้งเตือนการนัดหมายสำหรับการมาพบในตอนเช้าตรู่ เวิร์กโฟลว์สามารถตั้งค่าให้ไม่สนใจ quiet hours เพื่อให้ส่งทันทีที่ตัวกระตุ้น (trigger) ทำงาน ใช้สิ่งนี้อย่างระมัดระวัง และเฉพาะกับข้อความที่สำคัญต่อเวลาเท่านั้น
  </Step>
</Steps>

<Warning>
  การลดหรือปิดการป้องกันจะเพิ่มความถี่ที่ลูกค้าจะถูกส่งข้อความได้ ผ่อนปรนค่าเหล่านี้เฉพาะเมื่อคุณมีเหตุผลที่ชัดเจน และคอยดู Logs ของเวิร์กโฟลว์หลังจากนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าไม่ได้ถูกส่งข้อความมากเกินไป
</Warning>

***

### บทความที่เกี่ยวข้อง

* [เวิร์กโฟลว์ทำอะไรได้บ้าง](/th/workflows/what-workflows-are)
* [การเปิดใช้งานและตั้งค่าเวิร์กโฟลว์](/th/workflows/enable-and-configure)
* [การจำกัดเวิร์กโฟลว์ให้เฉพาะบางช่องทาง](/th/workflows/scope-to-channels)
* [การติดตามการทำงานและการวิเคราะห์ของเวิร์กโฟลว์](/th/workflows/monitor-runs-and-analytics)
