ก่อนเริ่ม
- คุณต้องมีสิทธิ์เข้าถึง CRM และผู้ติดต่อที่ต้องการติดป้าย
- ตัดสินใจให้ชัดว่าคุณต้องการเก็บข้อมูลอะไรจริง ๆ — ป้ายที่เลือกมาอย่างดีไม่กี่อันดีกว่าป้ายที่ไม่ได้ใช้นับสิบ
ระดับ (Tier) จัดอันดับว่าลูกค้ามีคุณค่ามากแค่ไหน (เลือกได้ค่าเดียว) แท็ก จัดกลุ่มลูกค้าตามหัวข้อ (เลือกได้กี่อันก็ได้ตามต้องการ) Custom attribute เก็บข้อมูลเฉพาะเจาะจงที่เป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจคุณ (เหมือนฟิลด์ในแบบฟอร์ม)
1
ตั้งระดับ (VIP / Standard / New)
ระดับ (tier) บอกคุณได้ในพริบตาว่าลูกค้าคนนี้สำคัญแค่ไหน ผู้ติดต่อทุกคนจะเป็นหนึ่งในสามระดับ:
- VIP — ลูกค้าที่มีคุณค่ามากที่สุดของคุณ คนที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
- Standard — ลูกค้าทั่วไปของคุณ
- New — เพิ่งเข้ามา ยังไม่ได้เป็นลูกค้าประจำ
ตอนนี้ลูกค้าที่ดีที่สุดของคุณโดดเด่นออกมาแล้ว — และคุณดึงพวกเขาขึ้นมาได้ทันทีด้วยเซกเมนต์ VIP Contacts
2
เพิ่มแท็ก
แท็กคือป้ายแบบอิสระที่คุณใส่ให้ผู้ติดต่อได้กี่คนก็ได้ตามต้องการ และผู้ติดต่อหนึ่งคนก็ใส่ได้หลายแท็กพร้อมกัน ใช้แท็กสำหรับหัวข้อ แคมเปญ หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการนำมาจัดกลุ่มภายหลัง — เช่น
hair-loss, botox-interest, referred-by-staff, dec-promo- เพิ่มแท็ก: เปิดผู้ติดต่อแล้วเพิ่มแท็กในส่วน Tags
- ใช้แท็กซ้ำ: ใส่แท็กเดียวกันกับผู้ติดต่อหลายคน เพื่อให้คุณกรองทั้งกลุ่มได้
ตอนนี้คุณกรองรายชื่อผู้ติดต่อตามแท็กเพื่อดูทุกคนที่มีป้ายเดียวกันได้แล้ว
3
เพิ่ม custom attribute
เมื่อคุณต้องเก็บข้อมูลเฉพาะที่ไม่ใช่ฟิลด์มาตรฐาน ให้ใช้ custom attribute — ชิ้นข้อมูลที่มีชื่อซึ่งคุณกำหนดเอง ลองนึกว่าเหมือนการเพิ่มฟิลด์ของคุณเอง เช่น “สาขาที่ชอบ”, “ประเภทผิว”, “หมายเลขสมาชิก”
- เพิ่ม custom attribute ได้จากแท็บ Details ของผู้ติดต่อ
- ใช้ชื่อที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อให้ข้อมูลเดียวกันถูกเก็บในรูปแบบเดียวกันเสมอ
ตอนนี้ผู้ติดต่อของคุณเก็บรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจคุณไว้แล้ว
ระดับ vs. แท็ก vs. attribute — ควรใช้แบบไหน?
- ระดับ (Tier): มีคุณค่าแค่ไหน? เลือกได้ค่าเดียว: VIP, Standard หรือ New
- แท็ก (Tag): กลุ่มอะไร? ใส่ได้หลายอันต่อผู้ติดต่อ และใช้ร่วมกันข้ามหลายคน
- Custom attribute: ข้อมูลเฉพาะอะไร? ค่าที่มีชื่อ เหมือนฟิลด์ในแบบฟอร์ม
